มันสำปะหลังอินทรีย์

มันสำปะหลังอินทรีย์
แนวทางใหม่ในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 07, 2556

สารระเบิดดินสำหรับมันสำปะหลัง


ฮิวมิค-ซี สารระเบิดดิน สำหรับมันสำปะหลัง


ฉีดพ่นลงดินครั้งแรก พร้อมยาคุมหญ้า หรือ ก่อนมันสำปะหลังอายุครับ 1 เดือน ฮิวมิค-ซี จะทำหน้าที่ช่วยให้ รากของมันสำปะหลังขยายตัวได้เร็วขึ้น มีจำนวนรากมากขึ้น ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะพี่น้องเกษตรกรอย่าลืมนะครับว่า 
"มันสำปะหลัง รากคือหัว หัวคือราก "
นั่นเอง ถ้ารากมีเยอะก็มีสิทธิ์เกิดหัวได้เยอะเช่นกัน

ฉีดพ่นลงดินรอบที่ 2 เมื่อมันสำปะหลัง อายุได้ 3 เดือน เป็นการช่วยระเบิดดิน ทำให้ดินโปร่ง ร่วน ซุย ดินพร้อมสำหนับการลงหัวและขยายหัวของมันสำปะหลัง 

ทำไมต้องฉีดฮิวมิก-ซีฉีดพ่นลงดิน

1.ฮิวมิค-ซี มีหน้าที่ไปปรับเปลี่ยนสภาพความเป็นกรดเป็นด่างและโครงสร้างของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช
2.ฮิวมิค-ซีจะทำให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นช่วยย่อยอาหารพืชที่ตกค้างอยู่ในดินให้รากของพืชนำไปใช้ประโยชน์
3.ฮิวมิค-ซีไม่ใช่ ฮิวมิคผงสีดำที่วางขายตามท้องตลาด 
ฮิวมิค-ซี คือ   กรดอมิโน เป็นกรดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
กรดซิลิเกต ที่มีความเข้มข้นสูง ทำให้รากพืชแข็งแรงและหาอาหารได้ดี
กรดฮิวมิค ทำหน้าที่ปรับปรุงโครงสร้างของดิน ทำให้ดินดีเหมาะการการเจริญเติบโตของพืช
สาหร่ายทะเลน้ำลึก เป็นแหล่งรวมของฮอร์โมนพืช ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตที่ดีของพืช
และสารประกอบอื่น ๆ ที่มีผลช่วยให้ดินเก็บธาตุอาหารให้พืชได้ใช้อยู่ได้นาน
ฮิวมิค-ซี 1 กระป๋องผสมน้ำได้ 400-500 ลิตร ฉีดพ่นได้ 5-7 ไร่เลยทีเดียวครับ 

 ภาพแสดงการกระจายตัวของรากและหัวมันสำปะหลัง 
หลังใช้ฮิวมิค-ซีฉีดพ่นทางดินและ ฮาร์โตะกรีน ฉีดพ่นทางใบ

ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมช่วยกันฉีดพ่นลงดินนะครับ
ช่วยดิน ช่วยพืช ช่วยเราครับ 





ภาพแสดงการลงหัวของมันสำปะหลังสายพันธุ์ระยอง 5 หลังใช้
ฮิวมิค-ซีระเบิดดิน

สั่งซื้อสินค้าได้ที่ 
ชมรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า โทร 086-059-6790 
หมายเลขบัญชีการชำระค่าสินค้า
123-2-45945-6  ธนาคารกสิกรไทย สาขาลำนารายณ์ 
ชื่อบัญชี นายประยงค์ แก้วหมุน
ประเภท ออมทรัพย์
การจัดส่งสินค้า
 จัดส่งผ่านไปรษณีย์ Ems  และ พัสดุทั่วประเทศ ใช้ระยะเวลา 2-3 วัน
เมื่อจัดส่งสินค้าเรียบร้อยแล้ว ท่านได้รับข้อความ หมายเลขEms หรือ พัสดุไปรษณีย์ผ่านระบบมือถือของท่านทุกระบบ




วันเสาร์, กรกฎาคม 06, 2556

สารช่วยการดูดซึม นำทาง2


 

นำทาง2 สารช่วยการดูดซึม

ป็นผลิตภัณฑ์ที่อยากแนะนำให้เกษตรกร นำไปใช้แทนสารจับใบ

เพราะการใช้สารจับใบ เราจะต้องฉีดพ่นยา อาหารเสริมพืช ฯลฯ

ในช่วงเวลาที่ปากใบเปิดเท่านั้นคือช่วงเช้า 06.00-10.00 น.และช่วงเย็นหลัง 16.00-18.30 น.ถ้าไม่ฉีดในช่วงเวลาดังกล่าวพืชจะใช้ประโยชน์ไม่ได้เลยเพราะปากใบปิดนั่นเอง แต่ถ้าท่านใช้นำทาง2 แทนยาจับใบ จะทำให้ท่านพ่น ปุ๋ย ยา อาหารเสริมต่าง ๆ ได้ 24 ชั่วโมง เพราะนำทาง2 นำสารต่าง ๆเข้าสู่เซลพืชได้เลย



ที่สำคัญใช้นำทาง2 แล้วจะประหยัดปุ๋ย ยาลงไป 50 เปอร์เซ็นต์เลยที่เดียว เพราะไม่ต้องพ่นยาแบบอาบน้ำต้นไม้อีกแล้ว เมื่อใช้นำทาง2 แทนยาจับใบ ให้พ่นให้ฝอยที่สุด เมื่อพ่นฝอยที่สุดก็ประหยัดยาไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จริงมั๊ยครับ

 เชิญชม คลิปวีดีโอ สุดยอดสารดูดซึม นำทาง2


ทำไมต้องใช้ใช้นำทาง2 ช่วยในการดูดซึม
  

1.นำทาง2 จะนำพาสาร ปุ๋ย ยา อาหารเสริมต่าง ๆ เข้าสู่เซลพืชอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องอาศัยปากใบ

2.สามารถฉีดพ่นได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอให้ปากใบเปิดตอนช่วงเข้าหรือช่วงเย็นเท่านั้น

3.การใช้นำทาง2 ช่วยในการดูดซึม จะทำให้ประสิทธิภาพของปุ๋ยยาและสารต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ใบพืชได้มากขึ้น

4.ขณะที่ฉีดพ่นเสร็จแล้วเกิดฝนตก ก็ไม่เป็นไรเพราะนำทางได้นำสารต่าง ๆ เข้าสู่เซลพืชเรียบร้อยแล้ว

5.ทำให้สารออกฤทธิ์ต่าง ๆ สามารถออกฤทธิ์ได้นาน คงทนและ เต็มประสิทธิภาพ

อัตราการใช้และความประหยัดของ สารช่วยการดูดซึมนำทาง2 
      1 ขวดขนาด 100 ซีซี ราคา 300 บาท
 อัตราการใช้ 1 ซีซี.ผสมน้ำได้ 20 ลิตร หรือ 10 ซีซี.ผสมน้ำได้ 200 ลิตร
1 ขวด 100 ซีซี สามารถผสมน้ำได้ 2,000 ลิตร
สั่งซื้อสินค้าได้ที่ 
ชมรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า โทร 086-059-6790 
หมายเลขบัญชีการชำระค่าสินค้า
123-2-45945-6  ธนาคารกสิกรไทย สาขาลำนารายณ์ 
ชื่อบัญชี นายประยงค์ แก้วหมุน
ประเภท ออมทรัพย์
การจัดส่งสินค้า
 จัดส่งผ่านไปรษณีย์ Ems  และ พัสดุทั่วประเทศ ใช้ระยะเวลา 2-3 วัน
เมื่อจัดส่งสินค้าเรียบร้อยแล้ว ท่านได้รับข้อความ หมายเลขEms หรือ พัสดุไปรษณีย์ผ่านระบบมือถือของท่านทุกระบบ




วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 19, 2556

ระบบน้ำพุ่งกระจาย

ระบบน้ำพุ่งกระจาย
เป็นการจัดการน้ำระบบใหม่ที่เข้ามาแก้ปัญหาระบบน้ำแบบเก่าได้เกือบทั้งหมด ระบบน้ำพุ่งกระจายเป็นระบบน้ำที่ต่างประเทศกำลังนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นระบบที่ลงทุนต่ำสุด การติดตั้งก็ง่าย ๆ คนที่ไม่มีความรู้ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับระบบน้ำก็สามารถติดตั้งได้ ใช้เวลาติดตั้งเพียงไม่กี่นาทีในพื้นที่ 1 ไร่ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งพืชผัก พืชไร่ พืชสวน ฯลฯ



ลักษณะทั่วไปของระบบน้ำพุ่งกระจาย
            ระบบน้ำพุ่งกระจายจะเป็นสายยางยาว และมีการเจาะรูเล็ก ๆ ตลอดสาย เป็นการเจาะรูแบบซ้าย-ขวาสลับกันไป ซึ่งเกษตรกรไม่จำเป็นต้องมานั่งเจาะรูเอง ทางบริษัทผู้ผลิตเขาเจาะมาให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาเราติดตั้งเสร็จ เปิดน้ำ น้ำจะวิ่งเข้าสายยางแล้วจะพุ่งออกมาเป็นฝอยเล็ก ๆ จำนวนมากสลับซ้ายขวา ๆ ออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าเรามองย้อนแสงเราจะเห็นน้ำฟุ้งกระจาย และเห็นรุ้งกินน้ำไปทั่วทั้งแปลงซึ่งสวยงามมาก

ข้อดีของการจัดการน้ำด้วยระบบน้ำพุ่งกระจาย
1.   ติดตั้งง่ายใช้เวลาน้อย ผู้ไม่มีความรู้และประสบการณ์เรื่องการให้น้ำก็สามารถติดตั้งได้ ผู้หญิง แม่บ้านก็สามารถทำเองได้ไม่จำเป็นต้องจ้างช่างผู้ชำนาญในการติดตั้ง
2.   สะดวก เมื่อหมดฤดูการเก็บเกี่ยวแล้ว เกษตรกรก็สามารถม้วนเก็บไว้ใช้งานในฤดูการต่อไปได้
3.   ประหยัดค่าใช้จ่ายมาก 1 ไร่ใช้งบประมาณแค่หลักพันบาทเท่านั้น
4.   ใช้เวลาในการให้น้ำพืชเร็ว หมายความว่าเมื่อเราเปิดน้ำแล้วดินจะเปียกเร็วมาก เช่น ปกติเราปลูกผัก เราให้น้ำโดยการใช้ระบบสปริงเกอร์ประมาก 2 ชั่วโมงกว่าจะเปียก ระบบน้ำพุ่งกระจายจะใช้เวลาเพียงไม่เกินครึ่งชั่วโมงเท่านั้น 
5.   เนื่องจากระบบน้ำชนิดนี้เป็นการให้แบบฟุ้งกระจายจึงทำให้บรรยากาศรอบ
ๆ ต้นพืชมีความชื้นสูง ซึ่งเหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช
6. ระบบน้ำพุ่งกระจาย จะทำให้น้ำพุ่งฝอยขึ้นไปในอากาศแล้วตกลงมาแบบฝนตก จึงทำให้ดินฟู โปร่ง ร่วนซุย เกษตรกรจะประหยัดเวลาและแรงงานในการพรวนดิน เพราะระบบน้ำพุ่งกระจายจะเป็นการพรวนดินไปในตัวอย่างอัตโนมัติ
7. สร้างความสวยงามให้กับแปลงผัก ไร่ สวน ของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรได้ชมรุ้งกินน้ำอย่างสวยงามทุกวัน เพิ่มความสุขในการทำงาน



ต้องการซื้อสายน้ำพุ่งกระจายมาตรฐานญี่ปุ่น
 อายุการใช้งาน 3-5 ปีติดต่อ 086-059-6790

สั่งซื้อสินค้าได้ที่ 
ชมรมเกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า โทร 086-059-6790 
หมายเลขบัญชีการชำระค่าสินค้า
123-2-45945-6  ธนาคารกสิกรไทย สาขาลำนารายณ์ 
ชื่อบัญชี นายประยงค์ แก้วหมุน
ประเภท ออมทรัพย์
การจัดส่งสินค้า
 จัดส่งผ่านไปรษณีย์ Ems  และ พัสดุทั่วประเทศ ใช้ระยะเวลา 2-3 วัน
เมื่อจัดส่งสินค้าเรียบร้อยแล้ว ท่านได้รับข้อความ หมายเลขEms หรือ พัสดุไปรษณีย์ผ่านระบบมือถือของท่านทุกระบบ

วันจันทร์, ธันวาคม 10, 2555

ผลผลิตมันสำปะหลังเกล็ดมังกรจัมโบ้


สายพันธุ์มันสำปะหลังที่ลงหัวดีที่สุดในขณะนี้
ผลผลิต 10 ตันขึ้นไปต่อไร่



 ที่ไร่ทำได้ถึง 20 ตันต่อไร่




วันเสาร์, พฤศจิกายน 05, 2554

มันสำปะหลังสายพันธุ์ " เกล็ดมังกรจัมโบ้"

มีหลายคนถามเข้ามาเกี่ยวกับพันธุ์มันสำปะหลัง " เกล็ดมังกรจัมโบ" สัปดานี้เลยนำรูปเกี่ยวกับมันสำปะหลังสายพันธุ์นีมาให้ดูกัน

วันอาทิตย์, ตุลาคม 16, 2554

สารเพิ่มพลังการลงหัว มันสำปะหลัง ซุปเปอร์แซท-วัน


ซุปเปอร์แซท-วัน (SUPER Z-1)
 สารเพิ่มพลังการลงหัว
ส่วนประกอบสำคัญ
        ประด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับการลงหัวของพืช เช่น สารโพลี-แซคคาไรด์ โบรอนพืช กรดฮิวมิก สาหร่ายทะแลน้ำลึก กรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับพืชมากกว่า 10 ชนิด ฮอร์โมนพืช ฯลฯ
ประโยชน์ :
1.     กระตุ้นให้พืชมีการสะสมแป้งและน้ำตาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงหัว
2.     ช่วยกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนจากรากกลายเป็นหัวมากขึ้นกว่าเดิมจึงทำให้มันสำปะหลังมีหัวดกมากขึ้น
3.     มีฮอร์โมนพืชที่ช่วยให้หัวมันสำปะหลังขยายตัวทั้งแนวยาวและแนวนอน จึงทำให้หัวมันทั้งยาวและหัวใหญ่กว่าเดิมมาก
4.     ทำให้หัวมันสำปะหลังมีเนื้อแน่น ได้นำหนัก และป้องกันหัวมันแตกเนื่องจากขาดธาตุอาหาร
5.     เพิ่มคุณภาพให้ผลผลิต ทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งและเอธานอลสูงมากขึ้นกว่าเดิม
6.        ลดช่วยอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตทำให้มันสำปะหลังเก็บเกี่ยวผลิตได้เร็วขึ้นกว่าเดิม สามารถเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไปได้เปอร์เซ็นต์มากกว่า  25 %
วิธีการและอัตราการใช้ :
50 ซี.ซีผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นทางใบทุก 7-15 วัน หลังจากพืชแสดงอาการพร้อมลงหัวซึ่งในมันสำปะหลังใช้หลังปลูก ประมาณ 2-3 เดือน ควรฉีดพ่นอย่างน้อย 4 ครั้ง
ภาพถ่ายจริงจากแปลงปลูกมันสำหลังหลังใช้ซุปเปอร์แซท-วัน


วันศุกร์, สิงหาคม 05, 2554

นำทาง2 สารช่วยการดูดซึม

นำทาง 2
สารช่วยการดูดซึมชนิดพิเศษ
ช่วยทำให้สารต่าง ๆ แทรกซึมและแผ่กระจายสู่ใบพืชได้อย่างรวดเร็ว
ลดการใช้สารเคมีลด 50 %
เพิ่มการออกฤทธิ์ของปุ๋ยเคมี อาหารเสริมต่าง ๆ  และสารเคมีชนิดต่าง
อัตราการใช้
 1-3 ซี.ซีผสมน้ำ 20 ลิตร หรือ 10 ซี.ซี.ผสมน้ำ 200 ลิตร
วิธีการใช้
          หลังการผสมปุ๋ยหรือสารเคมีต่าง ๆ ในถังแล้วเติม นำทาง 2 จากนั้นคนให้ทั่ว
 การฉีดพ่น
          ฉีดพ่นให้เป็นละอองฝอยจนทั่ว

วันศุกร์, กรกฎาคม 29, 2554

มาปลูกมันมันสำปะหลังต้นทุนต่ำกำไรงามกันดีกว่า

ปลูกมันลงทุนไร่ละ 1,800 บาท 
ผลผลิต 10 ตัน/ไร่

เริ่มกันเลยดีกว่า ว่าทำกันอย่างไร

ขั้นตอนการปลูกมันสำปะหลังต้นทุนต่ำกำไรดี
1.   ขั้นตอนการเตรียมดิน ให้ใช้รถไถใหญ่ใช้ผาล 2 หรือผาล 3 ไถดะ ค่าไถไร่ละ 400 บาท ไถตากตากดินไว้ 7 วันเพื่อให้วัชพืชตายแล้วใช้ผาลชักร่องอ้อยตั้งระยะผาล 120 เซนติเมตรค่าไถไร่ละ 200 บาท เราก็จะได้ร่องสำหรับปลูกมันสำปะหลังระยะ 1.20 เมตร
สรุปขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ                          600  บาท

2.   ขั้นเตรียมต้นพันธุ์จะใช้ต้นพันธุ์ประมาณไร่ละ 200 ต้น ให้ตัดต้นพันธุ์ยาว 20 เซนติเมตร ต้นพันธุ์ 1ต้นจะตัดได้ 8-10 ท่อน ค่าต้นพันธุ์ต้นละ 2 บาท
สรุปขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ                          400 บาท

3.   ขั้นตอนการปลูกให้ตัดท่อนพันธุ์แล้วแช่ในน้ำยาเร่งการเจริญเติบโต ฮาร์โตะกรีน
อัตราการใช้ 100 ซี.ซี.ผสมน้ำ 20 ลิตรแช่ต้นพันธุ์ 30 นาที 1 ชั่วโมง ลงทุน 23 บาท
แล้วจ้างเหมาปลูกไร่ละ 300 บาท ให้ปลูกระยะ 80 เซนติเมตรปักต้นมันให้ลึก 10 เซนติเมตรหรือครึ่งหนึ่งของท่อนพันธุ์ปักลงไปตรง ๆ แล้วผลักให้ล้มเสมอดิน(เป็นวิธีการที่เราทดลองแล้วพบว่ามันสำปะหลังออกรากและลงหัวดีกว่าหลายวิธีที่เคยทำมา)
สรุปขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ                          323 บาท

     4. ขั้นตอนการให้ปุ๋ยทางดินเมื่อต้นมันปลูกไปได้ประมาณ 3 สัปดาห์หรือ 1 เดือนให้ปุ๋ยทางดินโดยการฉีดพ่น ฮิวมิก-ซี อัตรา 500 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร 1กระป๋องฉีดพ่นได้ 5 ไร่

สรุปขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ                          90 บาท
อธิบายขั้นตอนนี้เพิ่มเติมนะครับ การให้ปุ๋ยพืชมี 2 แบบนะครับคือให้ปุ๋ยทางดินและปุ๋ยทางใบ ขั้นตอนการให้ปุ๋ยทางดินเกษตรกรส่วนใหญ่จะให้ปุ๋ยเม็ดเป็นปุ๋ยเคมีเป็นส่วนใหญ่ซึ่งการใส่ปุ๋ยบางรายจะใส่ก่อนไถ แต่ส่วนใหญ่ที่พบจะใช้ปุ๋ยเม็ดหว่านบนสันรองที่เป็นสามเหลี่ยมซึ่งเมื่อเกษตรกรใส่ปุ๋ยบนสันร่องเนื่องจาก ปุ๋ยเป็นเม็ดมันก็จะกลิ้งลงท้องร่องทำให้มันสำปะหลังจะไม่ได้รับปุ๋ยตามที่ต้องการ ดูภาพนะครับ
จากภาพจะเห็นชัดใช่มั๊ยครับว่า ถ้าเราหว่านปุ๋ยเม็ดไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์โอกาสที่มันสำปะหลังจะได้กินปุ๋ยมีน้อยเพราะปุ๋ยมันกลิ้งลงท้องร่องหมด ก็คงไม่แปลกใช่มั๊ยครับที่เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกมันสำปะหลังได้แค่ 2-3 ตันต่อไร่เท่านั้นเอง



ถ้าท่านต้องการปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตสูงลองใช้วิธีการตามขั้นตอนที่ 4 ดูนะครับให้ฉีดพ่นลงดิน ฮิวมิก-ซี ซึ่งประกอบไปด้วยธาตุอาหารพืชที่ครบถ้วนและมีกรดฮิวมิกเป็นองค์ประกอบหลัก เรามาดูประโยชนของกรดฮิวมิก กันนะคับ

กรดฮิวมิก ไม่ใช่ปุ๋ย แต่ก็มีการนำมาใช้ร่วมกับปุ๋ยเพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงดินทั้งทางกายภาพและทางเคมี 
สมบัติทางกายภาพ  กรดฮิวมิกจะรักษาโครงสร้างของดินให้อุ้มน้ำและระบายอากาศได้ดี  ในอนุภาคของดินที่มีความ เป็นดินเหนียวสูงจะมีประจุบวกและประจุลบอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้มีแรงยึดเหนี่ยวสูง จึงส่งผลให้ดินมีความละเอียดและความหนาแน่นมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อระบบรากของพืชที่จะดูดซึมแร่ธาตุอาหารและนำ กรดฮิวมิก สามารถปรับปรุงดินที่มีความเป็นดินเหนียวสูงเนื่องจากในโครงสร้างโมเลกุลของกรดฮิวมิก มีหมู่คาร์บอกซิล ซึ่งจะไปสร้างพันธะกับอนุภาคประจุบวกในดินที่มีความเป็นดินเหนียวสูง และทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างประจุบวกและประจุลบ ออกจากกัน ซึ่งก็จะทำ ให้ชั้นดินมีความโปร่งขึ ้น ส่งผลให้น้ำและอากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้ดีขึ้น  นอกจากนั้นกรดฮิวมิก สามารถป้องกันไม่ให้น้ำระเหยไปจากดิน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งสำหรับดินที่มีความเป็นดินเหนียวต่ำ ดินทราย และดินในพื้นที่แห้งแล้ง ที่ไม่สามารถจะดูดซับน้ำไว้ได้ เมื่อดินที่มีลักษณะดังกล่าวมีน้ำผ่านเข้ามา ประจุบวกที่กรดฮิวมิกได้ดูดซับไว้จะสร้างพันธะกับประจุลบของน้ำคือออกซิเจน ส่วนประจุบวกที่เหลืออยู่ในน้ำคือไฮโดรเจนนั้นก็จะสามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับอะตอมของออกซิเจนในน้ำโมเลกุลอื่นๆต่อๆไป
    หวังว่าคงเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าทำไมเราต้องใช้ฮิวมิก-ซี เพราะฮิวมิกซีมีองค์ประกอบของกรดฮิวมิกมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จึงสามารถทำให้ธาตุอาหารพืชที่เราพ่นลงไปอยู่ในดินได้นานนั้นเอง ลองเปลี่ยนดูนะครับจากเคยหว่านปุ๋ยเม็ดแล้วเรามาพ่นฮิวมิก-ซีกันรับรองผลผลิตมันสำปะหลังของท่านจะเพิ่มเป็น 2-3 เท่าแน่นอนครับ..ขอบอก
(หมายเหตุขั้นตอนนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยเคมีลงทุนประมาณ ไร่ละ 1,000 บาท)

5.   ขั้นตอนการให้ปุ๋ยทางใบ ขั้นตอนนี้เมื่อมันสำปะหลังอายุได้ 3 สัปดาห์ 1 เดือนให้ฉีดพ่น ฮาร์โตะกรีน อัตรา 50 ซี.ซี.ผสมน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นทุก 7 วันอย่างน้อย 4 ครั้งจะทำให้ต้นมันสำปะหลังโตไวหนีหญ้าจะทำให้หญ้าโตไม่ทันและต้นมันสำปะหลังแข็งแรงพร้อมที่จะลงหัว
สรุปขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ                                152 บาท (ฉีดพ่น 4 ครั้ง)

6.   ขั้นตอนการให้ปุ๋ยทางดินรอบที่ 2 เมื่อมันสำปะหลังอายุ 3 เดือนให้ปุ๋ยทางดินโดยการฉีดพ่น ฮิวมิก-ซี อัตรา 500 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ให้ฉีดพ่นลงดินนะครับเน้นฉีดพ่นตรงบริเวณรอยแยกของดินเนื่องจากการลงหัวของมันสำปะหลัง
 สรุปขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ                               90บาท
ภาพแสดงการฉีด ฮิวมิก-ซี ลงดินแทนปุ๋ยทางดิน
7.   ขั้นตอนการสั่งมันสำปะหลังให้ลงหัว ขั้นตอนนี้สำคัญมากนะครับ
      หลายคนปลูกมันสำปะหลังมีแต่ต้นไม่มีหัว ก็เพราะว่าลืมสั่งให้มันลงหัว พอมันสำปะหลังอายุ 2-3 เดือนขึ้นจะพร้อมสะสมแป้งเพื่อเตรียมการหัวแต่ถ้ามันสำปะหลังได้รับปุ๋ยทางดินที่มีตัวหน้าสูงเกินไปก็จะทำให้ลงหัวไม่ดีหรือที่บางคนเรียกว่า มันบ้าใบขั้นตอนนี้ให้เราพ่น ซุปเปอร์แซท-วัน สารเพิ่มพลังการลงหัวในมันสำปะหลัง ซึ่งมีสารประกอบหลักคือ โพลี่แซคคาไรด์ สารตัวนี้เป็นองค์ประกอบของแป้ง เมื่อมันสำปะหลังได้รับสารตัวนี้ก็จะเริ่มลงหัวจะไม่บ้าใบอีกต่อไป อัตราการใช้ 50 ซี.ซีผสมน้ำ 20 ลิตรให้ฉีดพ่นอย่างน้อย 4 ครั้ง (ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติ่ม เรื่องสารเพิ่มพลังการลงหัว ซุปเปอร์แซท-วัน นะครับ)
ภาพแสดงการพ่นซุปเปอร์แซท-1 สั่งให้มันลงหัว

สรุปขั้นตอนนี้ใช้งบประมาณ                                152 บาท (ฉีดพ่น 4 ครั้ง)
สรุปค่าใช้จ่ายทุกขั้นตอน
ขั้นตอน
งบประมาณ
1 เตรียมดิน
600
2 เตรียมต้นพันธุ์
400
3 ปลูก
323
4 ให้ปุ๋ยทางดินรอบแรก
90
5 ให้ปุ๋ยทางใบ
152
6 ให้ปุ๋ยทางดินรอบ 2
90
7  สั่งมันลงหัว
152
รวมงบประมาณ
1807

จากตารางจะเห็นว่า  ถ้าเราสามารถได้ผลผลิตมันได้ไร่ละ 1 ตันก็กำไรแล้วแต่ถ้าได้
ผลผลิต(ตัน)
ราคา (บาท/ตัน)
รายได้
1
3,000
3,000
3
3,000
9,000
5
3,000
15,000
10
3,000
30,000

พี่น้องเกษตรกรลงทำตามขั้นตอนที่บอกดูนะครับรับรองรายได้ดีแน่นอนครับ
                                                              คลิบขุดมัน 2
                            ถ้าปลูกมันได้อย่างนี้รวยแน่นอนมั๊ยครับพี่น้อง